วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ธรรมทาน

ท่านว่านี้คือความสุข จริงหรือ

สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ 1 ตัวที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบ ปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก 1 ล้าน

พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการ มี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม

ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง ๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉย ๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ?

ธรรมทาน จากพระไพศาล วิสาโล

ท่านว่านี้คือความสุข จริงหรือ

สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ 1 ตัวที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้ร
ู้สึกปลาบ ปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก 1 ล้าน

พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการ มี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม

ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง ๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉย ๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ?

ธรรมทาน จากพระไพศาล วิสาโล
รูปภาพ : ท่านว่านี้คือความสุข จริงหรือ

สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ 1 ตัวที่ได้มาใหม่  ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบ ปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก 1 ล้าน 

พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการ มี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม 

ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง ๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉย ๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ?

ธรรมทาน จากพระไพศาล วิสาโล

Mv. พอ slot machine

เหนื่อยจังอยากฟังเสียง

วิศวกรรมศาสตร์




วิศวกรรมศาสตร์ เป็นสาขาความรู้และวิชาชีพเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ประยุกตวิทยา(เทคโนโลยี), วิทยาศาสตร์และความรู้ทางคณิตศาสตร์เพื่อการใช้ประโยชน์จากกฎทางธรรมชาติและทรัพยากรทางกายภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด, เพื่อช่วยในการออกแบบและประยุกต์ใช้ วัสดุโครงสร้าง,เครื่องจักรเครื่องมือระบบ และ กระบวนการ เพิ่อการตอบสนองต่อจุดประสงค์ที่ต้องการได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ American Engineers' Council for Professional Development (ECPD, ซึ่งต่อมาคือ ABET[1]) ได้ให้นิยามเกี่ยวกับวิศวกรรมศาสตร์เอาไว้ดังนี้


สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์

วิศวกรรมศาสตร์นั้นคล้ายคลึงกับวิทยาศาสตร์ที่มีขอบข่ายกว้างขวางจนสามารถแตกแยกย่อยลงมาได้หลายสาขาย่อย และในแต่ละสาขาย่อยต่างก็มองตัวเองในสายงานต่างๆทางวิศวกรรม ถึงแม้ว่าในช่วงแรก วิศวกรจะถูกฝึกศึกษามาในสาขาใดสาขาหนึ่ง แต่หลังจากผ่านประสบการณ์งานในสายวิศวกรรมมาแล้ว วิศวกรผู้นั้นอาจจะมีความสามารถในการทำงานได้หลากหลายสาขา โดยประวัติศาสตร์แล้ว วิศวกรรมสาขาหลักๆแบ่งได้ดังนี้[14][16]
  • วิศวกรรมการบินและอวกาศยาน - ออกแบบอากาศยาน อวกาศยาน และสิ่งที่เกี่ยวข้อง
  • วิศวกรรมเครื่องกล - ออกแบบระบบเชิงกายภาพหรือกลศาสตร์ ตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบกันกระเทือน
  • วิศวกรรเคมี - ใช้หลักการทางเคมีในกระบวนการผลิตเคมีอุตสาหกรรม รวมไปถึงการค้นคว้าวิจัยเชื้อเพลิงและวัสดุจำเพาะใหม่ๆ
  • วิศวกรรมไฟฟ้า - ออกแบบระบบไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
  • วิศวกรรมโยธา - ออกแบบและก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง เช่น รางรถไฟ ถนนหนทาง สะพาน ตึกและอาคารบ้านเรือน
เนื่องด้วยพัฒนาการอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี วิศวกรรมสาขาใหม่ๆมีความสำคัญมากขึ้นและได้รับการพัฒนาเช่น วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมแม็คคาทรอนิกส์ วิศวกรรมไฟฟ้าเครื่องกลการผลิต นาโนเทคโนโลยี บางครั้ง สาขาใหม่นั้นก็เกิดขากการผสมผสานความรู้ของสาขาเดิมเข้าด้วยกัน การเกิดขึ้นใหม่ของสาขาทางวิศวกรรมนั้น โดยทั่วไปแล้วจะถูกนิยามแบบชั่วคราว ในหลากหลายรูปแบบ หรือนิยามในฐานสาขาย่อยของสาขาที่มีอยู่แล้ว ช่วงว่างของความรู้นี้ เมื่อได้รับความสนใจศึกษามากขึ้น ก็จะได้รับการยกระดับให้เป็นสาขาใหม่ ตัวชี้วัดได้ตัวหนึ่งของการเกิดสาขาใหม่นั้นคือการตั้งสาขาวิชาหรือหลักสูตรของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
สำหรับวิศวกรรมศาสตร์ในแต่ละสาขาที่มีปรากฏนั้น มักจะมีการเหลื่อมล้ำของความรู้ โดยเฉพาะในสาขาที่มีการประยุกต์ใช้ความรู้ทางฟิสิกส์ เคมี และคณิตศาสตร์

วิธีการทำกีต้าร์

ข่าวกิ๊บซ่า เมาเเล้วขับ


กิ๊ฟซ่า น้ำตาคลอ สำนึกผิดเมาแล้วขับ...

Hot Gossip : กิ๊ฟซ่า น้ำตาคลอ สำนึกผิดเมาแล้วขับ



         นักร้องสาว กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ น้ำตาคลอ! สำนึกผิดเมาแล้วขับ ออกปากเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เปรยถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต ยินดีรับโทษตามกฏหมาย ปัดตอบเพื่อนชายคนสนิท ณัฐ สารสาส กร่างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำใจต้นสังกัดสั่งพักงาน 3-6 เดือน ขอโทษทำเพื่อนร่วมวงเดือดร้อน!!

          หลังจากถูกตำรวจ สน.คลองตัน จับเมาแล้วขับเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่  11 ก.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (12 ก.ย.)  กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.คลองตัวและจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งฟ้องศาลแขวงพระโขนง ซึ่งศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 2 ปี รับสารภาพเหลือโทษปรับ 3, 500 บาทและบำเพ็ญประโยชน์ 12 ชั่วโมง!!

          นักร้องสาว กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ เปิดใจ! หลังถูกศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 2 ปีในข้อหาเมาแล้วขับและไม่มีใบอนุญาติขับขี่

           ''ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ทำให้เสียเวลาจริงๆ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นกิ๊ฟก็เสียใจมากมันมีภาพอะไรหลายอย่างออกมาที่ไม่เหมาะสมก็ขอโทษและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกิ๊ฟยอมรับผิดยอมรับสารภาพทุกอย่างบทลงโทษตามกฏหมายก็ดำเนินการไปวันนี้ก็มาที่ศาลมันก็มีบทลงโทษ 2 ทาง ทั้งตามกฏหมายและบทลงโทษทางสังคมมันมีทั้งการให้กำลังใจ มีทั้งคำตำหนิกิ๊ฟน้อมรับทุกอย่างไว้นี่เเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ค่ะ (ศาลตัดสินยังไงบ้าง?)ตามที่ศาลตัดพิพากษาคือจำคุก 1 เดือนรอลงอาญา 2 ปี ตอนแรกปรับเยอะเหมือนกันพอเรารับสารภาพก็ปรับลดลงเหลือ 3, 500 บาท ต้องพบพนักงานเจ้าพนักงานคุมความประพฤติทั้งหมด 4 ครั้งและบำเพ็ญประโยชน์ 12 ชั่วโมง''

           ''ถามว่าได้รับบทเรียนยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนกันเราเป็นผู้หญิงไม่เคยต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลหรือต้องมาเจอคดีอาญาแบบนี้ (น้ำตาคลอ) มันทำให้เราคิดว่าในการดำรงชีวิตอยู่ของเราแต่ละวันบางทีเราอาจจะละเลยสิ่งที่เป็นหน้าที่ สิ่งที่เป็นสิทธิหรือสิ่งที่เรามองข้ามไปมากเกินไปทำให้เราย้อนกลับมามองว่าแต่ละก้าวเดินที่เราจะก้าวต่อไปข้างหน้ามันควรต้องเป็นก้าวที่มีสติและรอบคอบมากกว่าเดิม โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยกฏหมายแล้วกิ๊ฟมองว่าเป็นเรื่องถูก เพราะว่าคนเมาแล้วขับมันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างมากนอกจากทำความเดือดร้อนให้กับตัวเองแล้วก็อาจจะทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ด้วย ฉะนั้นกิ๊ฟถือว่าอย่างน้อยที่สุดเราได้รับบทลงโทษนี้และทำให้เราคิดได้ดีกว่าเราไปเจออะไรที่มันร้ายแรงกว่านี้''

           พอถามต่อว่าถูกสังคมวิจารณ์เยอะพอสมควรกรณีที่เพื่อนชายคนสนิท  ณัฐ สารสาส ออกอาการกร่างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ แจงว่า

           ''ถ้าตามที่เห็นในภาพกิ๊ฟไม่ได้มีเจตนาที่จะแสดงความไม่เคารพต่อใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของคนอื่นไม่ขอออกความเห็นต้องถามเจ้าตัวเขาเองน่าจะดีกว่า (เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกับงานมั้ย?) ก็กระทบค่ะ เดี๋ยวหลังจากนี้คงไปคุยต่อแต่ในเบื้องต้นเขาสั่งพักงาน 3-6 เดือน ครอบครัวก็ให้กำลังใจค่ะเขามองว่าการดื่มมันเป็นการสังสรรค์ของคนในรุ่นราวคราวนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมาะสมคือไม่ควรขับรถหรือไม่ควรที่จะเมาแล้วขับ (เพื่อนในวงว่ายังไงบ้าง?) ก็ให้กำลังใจค่ะ จริงๆ กำลังใจเหมือนรดน้ำให้ฟื้นขึ้นมานิดนึงแต่ความผิดในใจยังมีอยู่ค่ะ ต่อจากนี้คงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นค่ะ''



 กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ : ต่อจากนี้จะระมัดระวังมากขึ้น


 กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ : ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่


 กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ : น้อมรับทุกคำตำหนิค่ะ


 กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่

เพลงจิ๊กโก๋หาเกิบ

ข่าวบันเทิง


ไม่ใช่นางเอกไก่กา แพนเค้ก เริ่ด ทุกด้าน...

Hot News : ไม่ใช่นางเอกไก่กา แพนเค้ก เริ่ด ทุกด้าน


 

ไม่ใช่นางเอกไก่กา แพนเค้ก เริ่ด ทุกด้าน
          เป็นนางเอกที่มีความสามารถพื้นๆ ดูเหมือนจะอยู่ในวงการไม่รอดนะฮะ ต้องเริ่ดทุกด้านจริงๆ เหมือนกับ สาวแพนเค้ก เขมนิจ ที่ความสามารถของเจ้าหล่อนไม่ธรรมดา เพราะนอกจากแอ็คติ้งด้านการแสดงจะเพอร์เฟ็คท์แล้ว พลังเสียงของนางก็เด่นไม่แพ้นักร้องมืออาชีพเลยล่ะ ล่าสุดกับผลงานละคร พริกกับเกลือ เจ้าหล่อนยังโชว์พาวร้องเพลงประกอบเองซะด้วย แหม...ทูอินวันแบบนี้ใครจะโค่นนางได้ล่ะคะเนี่ยยย...


         “ก่อนหน้านี้แพนเคยร้องประกอบละครมาแล้วค่ะ แต่ละเพลงมีความยากง่ายต่างกัน อย่างเพลงในเรื่องพริกกับเกลือ เมโลดี้จะใสๆ สบายๆ ทำนองน่ารักดี ช่วงอัดเสียงก็จะมีติดขัดนิดหน่อย ต้องพยายามใช้สมาธิเยอะๆ โชคดีที่พี่ๆ ในห้องอัดช่วยกันสุดฤทธิ์ค่ะ” แพนกล่าว 

ข่าวกีฬา

เรือถกล่วงหน้าจอง “โยเวติช” 12 ล้านป.
สเตฟาน โยเวติช
       แมนเชสเตอร์ ซิตี รุกคืบจ่อคว้า สเตฟาน โยเวติช แนวรุกทีมชาติมอนเตเนโกร ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จากการตีข่าวของ “เดลี สตาร์” (DAILY SATR)
      
        แม้ว่าตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์จะปิดทำการไปแล้ว แต่ โรแบร์โต มันชินี กุนซือที่พา แมนฯซิตี คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษครั้งแรกรอบ 44 ปีเมื่อฤดูกาลที่แล้วกำลังเจรจาล่วงหน้ากับ ฟิออเรนตินา เพื่อคว้าตัว โยเวติช
      
        โดย โยเวติช จะต้องอยู่ช่วย ฟิออเรนตินา ลุยศึก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี จนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาลนี้ตามสัญญาที่ให้ไว้กับ อันเดรีย เดลลา วัลเล ประธานสโมสรประจำถิ่น อาร์เตมิโอ ฟรังคี ก่อนที่จะย้ายไปสวมเสื้อ แมนฯซิตี ช่วงซัมเมอร์หน้า
      
        โยเวติช ได้รับความสนใจจากสโมสรอื่นบนเวที พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เช่นเดียวกันก็คือ เชลซี โดยหากแข้งวัย 22 ปี เลือกซบ แมนฯซิตี คาดว่า จะรับค่าเหนื่อย 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
      
        โยเวติช เล่นได้ทั้งกองหน้าและริมเส้นย้ายจาก ปาร์ติซาน มาเล่นให้ ฟิออเรนตินา ตั้งแต่ปี 2008 ลงสนามไป 89 นัดยิงได้ 28 ประตู ส่วน มอนเตเนโกร ติดธงไปแล้ว 21 นัดยิงได้ 10 ประตู

ข่าวกีฬา


ป๋า ถีบส่ง นานี่ ระดมทุน ซื้อ เบนส์

Mthai > กีฬา > ข่าวฟุตบอล > ป๋า ถีบส่ง นานี่ ระดมทุน ซื้อ เบนส์
หลุยส์ นานี่ ปีกฟอร์มตกแห่งค่ายแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องตะเตรียมแพ็คกระเป๋าย้ายทีมได้เลยเมื่อ ท่านเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันกำลังหาทางขายออกจากทีมเพื่อหางบมาซื้อแบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษอย่าง เลห์ตัน เบนส์ ของเอฟเวอร์ตัน ในช่วงเดือนมกราคมนี้
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา นานี่ เกือบที่จะได้ย้ายไปเล่นในลีกหมีขาวอยู่รอมร่อ แต่เจ้าตัวพยายามขอค่าเหนื่อยเกินความสามารถถึง 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำให้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด
ทั้งนี้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ได้ทุ่มเงินซื้อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ไปแล้วที่ 24 ล้านปอนด์ทำให้งบซื้อนักเตะนั้นมีจำกัด แต่อย่างก็ตาม เลห์ตัน เบนส์ ก็ยังอยู่ในลิสรายชื่ออันดับหนึ่งของ แมนฯ ยูฯ ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคม

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"เปอร์"สุวิกรม อัมระนันทน์ กับพิธีกรครั้งแรกใน"ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย 9 ให้เกินฝัน"


ทรู อคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่น 9 รายการเรียลลิตี้ 24 ชั่วโมง อันดับ 1 ของไทย คว้าตัวหนุ่ม "เปอร์" สุวิกรม อัมระนันทน์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ไฟแรง มาเป็นพิธีกรคู่กับ "อาต้อย" เศรษฐา ศิระฉายา พิธีกรในตำนานในทุกซีซั่นของทรู เอเอฟ งานนี้ทำเอาหนุ่มเปอร์ต้องทำการบ้านเป็นการใหญ่

"เปอร์" สุวิกรม อัมระนันทน์ กล่าวว่า ''ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทรูวิชั่นส์ ที่ให้โอกาสผมในการร่วมเป็นพิธีกรคู่กับ "อาต้อย-เศรษฐา" ด้วยนะครับ ยอมรับว่ารู้สึกกังวลเหมือนกันครับ เพราะว่าเป็นรายการสดด้วย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของ
ผมเลยครับที่ได้มีโอกาสเป็นพิธีกรรายการเรียลลิตี้ 24 ชั่วโมง อันดับ 1 ของไทย ใน ทรูเอเอฟ 9 ซีซั่นนี้ ซึ่งปกติแล้วผมไม่ค่อยอินกับเรียลลิตี้ประเภทนี้ซักเท่าไหร่ แต่พอลองได้มาอยู่ใกล้ชิดน้องๆ จริงๆ ก็เลยรู้สึกถึงความผูกพัน และเห็น
ความพยายามของน้องๆ ทุกคน ซึ่งในบางครั้งก็ทำให้ผมถึงกับน้ำตาซึมไปเหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าน้ำตานำมาซึ่งความฝัน ซึ่งน้องๆ และทีมงานทุกคนในรายการนี้ตั้งใจเป็นอย่างมากสำหรับซีซั่นนี้ ผมในฐานะตัวแทน จึงขอฝากทุกคนร่วมเป็น
กำลังใจให้น้องๆ ทุกคนในทรู เอเอฟ 9 ด้วยนะครับ''

ติดตามชมฝีมือพิธีกรของหนุ่มเปอร์ในทรู อคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่น 9 ได้ทางเรียลลิตี้ (ทรูวิชั่นส์ช่อง 60) และเรียลลิตี้ เอชดี (ทรูวิชั่นส์ช่อง 120) พร้อมรับชมคอนเสิร์ตทุกคืนวันเสาร์ถ่ายทอดสดจากธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ทางทรู
อินไซด์ (ทรูวิชั่นส์ช่อง 61), เรียลลิตี้ เอชดี (ทรูวิชั่นส์ช่อง 120), ทรูมิวสิค (ทรูวิชั่นส์ช่อง 81) และช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี



ที่มา:http://www.siamdara.com

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เพลง ปลาคอใหญ่

ข่าวแป้ง อรจิรา


''แป้ง''โต้แต่งชน''แอน-ภูริ''แย้มฤกษ์ปลายปี
20 มิถุนายน 2555 5:16 น.
View : 335  Post : 0




''แป้ง'' อรจิรา โต้ถือฤกษ์วิวาห์วันเดียวกับอดีตแฟนเก่า ''ภูริ'' เข้าพิธีกับหมวด ''ผู้กองต้อม'' แย้มแค่อาจจะเดือนเดียวกันเท่านั้น เผยงานแต่งไม่คืบเพราะยังวุ่นกับการทำงาน ไม่ซีเรียสเตรียมตัวไม่ทัน

เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวลือสนั่นวงการออกมาว่าสาวเซ็กซี่ผิวโอโม่อย่าง ''แป้ง'' อรจิรา แหลมวิไล ก็เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มีคิววิวาห์ช่วงเดือน ต.ค.นี้ โดยล่าสุดยังมีข่าวลือหนาหูว่าฤกษ์งามยามดีในครั้งนี้อาจจะถือฤกษ์วันที่ 11 ต.ค.55 วันเดียวกันกับอดีตแฟนเก่า ''ภูริ หิรัญพฤกษ์'' ที่เตรียมควงหวานใจ ''แอน'' อลิชา ไล่ศัตรูไกล อีกด้วย โดยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 55 ในงาน Annual Sale Attacks ที่จัดขึ้น ณ บริเวณชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9 ผู้สื่อข่าวได้เจอกับดาราสาวจึงไม่พลาดที่จะซักถามเกี่ยวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งดาราสาวได้โต้ว่าไม่ได้ถือฤกษ์วิวาห์วันเดียวกับอดีตแฟนเก่า ''ภูริ''

''ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ฤกษ์นั้น เอาไว้เดี๋ยวคอนเฟิร์มเมื่อไหร่นั้นค่อยบอกอีกทีแล้วกันนะค่ะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเดือนตุลาคม ก็ได้ทราบเรื่องจากข่าวเหมือนกันว่าเป็นการตัดหน้ากันหรือเปล่า แต่ตัว ''แป้ง'' คิดว่าเรื่องอย่างนี้มันคงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเอาอะไรเล่นๆ เนอะ ตอนนี้ฤกษ์ที่แน่นนอนยังไม่ได้กำหนดค่ะ เพราะยังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ เอาจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ยังไม่ว่างเลยค่ะ ก็เลยยังไม่ได้ทำอะไรเลยยังไม่อยากพูดอะไรมากถ้ามีความคืบหน้าอะไรจะบอกอีกที ไม่อยากพูดเยอะมากกว่านี้มันจะดูไม่ดี คืออยากรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อนแล้วค่อยพูดทีเดียว เรื่องจัดงานไม่ทันไม่กลัวค่ะเพราะคิดว่าถ้าจะจัดก็คงต้องทัน''

เมื่อถามถึงคอนเซปต์งานแต่งงานในครั้งนี้จะเป็นแนวไหนเกี่ยวกับเรื่องนี้ดาราสาวยืนยันว่ายังไม่ได้คิด เพราะตอนนี้ทำงานหนักก็เลยยังไม่ได้นัดเจอหรือคุยกัน

''ขอกลับบ้านนอนก่อนดีกว่านะ เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย อีกอย่างมันก็ยังไม่ได้มีเวลานัดคุยหรือนัดเจอกันก็เลย เพราะทำงานหนัก ก็เลยยังไม่ได้มีความคืบหน้า ก็มีคนถามเยอะแต่เราก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเหมือนกัน หลายคนอาจจะมองว่า ''แป้ง'' ชิวไปหรือเปล่าอันนี้ก็อยากบอกว่า คือโดยส่วนตัวเราคิดว่าการแต่งงานมันไม่ใช่ทุกอย่างคู่ที่แต่งแล้วเลิกมันก็มีแต่คือในชีวิตเราปล่อยวางเกี่ยวกับเรื่องการมีคู่ไปแล้วอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปว่า ''แป้ง'' อยู่คนเดียวก็ได้ บั้นปลายชีวิตอาจจะเข้าวัด ฉะนั้นเราก็เลยนิ่งๆ ทำใจเป็นกลางพอแบบมีข่าวเราก็เลยไม่ค่อยรู้สึกเราอยู่กับปัจจุบันมากกว่า ถ้าตื่นเต้นมากก็กลัวไม่เป็นดั่งหวังก็อาจจะเครียด''

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวยังได้ถามต่อว่า หลังจากที่มีข่าวแต่งงานออกไปตอนนี้ฝ่ายชายไม่ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานบ้างหรือยังเรื่องนี้ดาราสาวปฏิเสธที่จะตอบโดยบอกว่าขออุบไว้รู้กันแค่ 2 คนก็พอ

ข่าวแอนนี่ บรู๊ค


"แอนนี่"อ้างอยู่ต่างประเทศเหตุผิดนัด"ฟิล์ม"ถอดชื่อพ่อของลูก
19 มิถุนายน 2555 1:44 น.
View : 10,925  Post : 22





''แอนนี่ บรู๊ค'' ออกทีวี 3 ยิงสดโต้ ''ฟิล์ม'' รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อนว่าจะไม่พูดถึงกันอีก ย้ำคดีต่างๆ จบตั้งแต่การตกลงกันในการไกล่เกลี่ยแล้ว ไม่ใช่ศาลตัดสิน เผยตอนนี้ไม่ได้อยากให้ฟิล์มรับเป็นพ่อเด็กชายฑี ฆายุอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องถอนจากความเป็นพ่อนั้นเพราะตอนที่ได้รับการติดต่อตนอยู่ต่างประเทศ และในข้อตกลงไม่ได้ระบุว่าต้องทำให้เสร็จก่อนวันไหน ส่วนการตรวจดีเอ็นเอนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ไปไม่ถึง และมันเลยจุดนั้นมา แล้ว..!

ผ่านมากว่า 2 ปีสำหรับคดีระหว่าง นางสาวณชชญา ธนัตถ์ฐิตาภา หรือ ฐิฏิพร เสฏฐภูมิ หรือ แอนนี่ บรู๊ค ดารานักแสดงกับนักร้องหนุ่ม ''ฟิล์ม'' รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องพิพาทกันไม่จบว่า ด.ช.ฑีฆายุ ลูกที่เกิดมาของแอนนี่นั้น
พ่อของเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ และที่ผ่านมานักร้องหนุ่มก็ได้ทวงถามว่าทำไมแอนนี่ จึงไม่ยอมไปถอนชื่อฟิล์มออกจากความเป็นบิดาของฑีฆายุเสียทีทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้แล้ว


ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น . วันที่ 18 มิ.ย.55  แอนนี่ บรู๊ค พร้อมด้วย นายสฤษดิ์ เจียมกมล ประธานสภาทนายความจังหวัดธัญบุรี ได้เดินทางมาออกรายการ ''เจาะข่าวเด็น'' ออกอากาศสดทางช่อง 3 โดยมี สรยุทธ สุทัศนะจินดา
รับหน้าที่พิธีกรคอยซักถาม โดยแอนนี่เป็นฝ่ายขอชี้แจงก่อนว่าที่มาออกรายการในครั้งนี้เพราะยังมีบางเรื่องที่คนเข้าใจตนผิด จึงต้องออกมาชี้แจง และคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดศาลยังไม่ได้ตัดสิน เป็นเพียงข้อตกลงในชั้นไกล่เกลี่ยกันเท่านั้น ไม่ใช่
คำสั่งศาล และฝ่ายฟิล์มเป็นฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงก่อน


''อยากจะบอกว่าครั้งนี้มีเหตุผลที่มาชี้แจงในวันนี้ น้อยครั้งมากที่จะออกรายการ แต่วันนี้มีเหตุผลของความไม่เข้าใจ และข้อมูลไม่ตรงกันวันนี้จำเป็นที่จะต้องชี้แจงจริงๆ เรื่องข้อตกลงได้ถูกละเมิดมานานแล้ว แต่ไม่ใช่โดยแอนนี่ เพราะเรา
ได้ไปไกล่เกลี่ยยอมความ ไม่ใช่ศาลสั่ง หรือศาลตัดสิน คดีนี้ยังไม่ได้เข้าสู่ชั้นตัดสินของศาล เป็นเพียงแค่การตกของสองฝ่ายที่เห็นดีเห็นพร้อม ว่ามีเรื่องใดบ้างที่พร้อมจะตกลงคุยกันบ้าง แอนนี้จะบอกว่านะวันแรกที่เกิดการไกล่เกลี่ย และมีข้อ
ตกลงกันเกิดขึ้น มีข้อนึงที่ระบุว่าเราจะไม่พูดถึงกันและกันอีก แม้แต่เป็นอักษรย่อก็ห้าม ซึ่งแอนเคารพข้อตกลงข้อนี้ แต่เพียงไม่ถึงข้ามวันด้วยซ้ำ คือตกลงกันตอนเช้า ตกเย็นก็ให้ข่าวเลย เหมือนพังลงอีกเพราะมีการออกมาให้ข่าว และเอ่ยถึง
เราทั้งๆ ที่ตกลงกันแล้ว พูดในทำนองที่ทำให้คนเคลือบแคลง ระแวง สงสัย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชั้นศาล ซึ่งศาลไม่ได้ตัดสินอะไรทั้งนั้นว่ามันใช่หรือไม่ใช่ เป็นเพียงข้อตกลงกันเท่านั้น ล่าสุดแอนไปออกรายการตีสิบก็พูดแต่เรื่องพัฒนาการของ
น้องเท่านั้น ตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญาเลยด้วยซ้ำไป''

แอนนี่ชี้แจงต่ออีกว่าในข้อที่ว่าทำไมตนไม่ไปถอนชื่อฟิล์มออกจากการเป็นบิดาของลูกที่เกิดขึ้นมานั้น ตนได้รับการติดต่อมาจริงแต่แค่ครั้งเดียว ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ต่างประเทศไม่สามารถเดินทางไปถอนชื่อได้ และในข้อตกลงระบุว่าให้ดำเนิน
การในทางลับไม่ใช่ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน และไม่ได้กำหนดว่าต้องเสร็จก่อนวันไหน

''หลังจากนั้นคนก็มองว่าทำไมเราไม่ไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ที่ตกลงกัน จริงๆ เราไม่ได้รับการติดต่อหลายครั้งขนาดนั้น และไม่ได้บ่ายเบี่ยง การถอนชื่อเค้าออกจากความเป็นพ่อมีในข้อตกลงจริงๆ และไม่ได้เป็นคำสั่งศาลด้วย เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นความต้องของทั้งสองฝ่าย เพราะมีความยากลำบากในการทำเอกสาร อีกไม่นานน้องก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว และก็มีแผนที่จะไปเมืองนอก เพราะฉะนั้นมันจะยุ่งยากมาก ทางเค้าก็ต้องการเหมือนกันเพราะเค้าก็ไม่อยากที่จะ
เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราอยู่แล้ว อันนี้เราเห็นพ้องต้องกัน เป็นการเสนอทั้งสองฝ่าย โดยให้ดำเนินการในทางลับ ไม่ใช่นำออกมาเผยแพร่แบบที่ผ่านมาได้รับการติดต่อมาเพียงครั้งเดียว แต่แอนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
ว่างตรงกันเราค่อยไปทำ ซึ่งข้อตกลงไม่มีกำหนดว่าต้องทำก่อนวันไหน''

นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถามว่าเหมือนฟิล์มต้องการความชัดเจนว่าเค้าไม่ใช่พ่อ  แอนนี่เผยว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้ว และฝ่ายตนก็ไม่ต้องการฝ่ายชายมายอมรับอยู่แล้ว จึงเกิดข้อตกลงอีกข้อที่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามมาฟ้องร้องขอเป็น
บิดา หรือขอเลี้ยงดูเด็กชายฑีฆายุเด็ดขาด


''ก็ได้ แอนบอกได้ว่า ณ จุดนี้ มันเลยจุดนั้นมานานแล้ว เพราะแอนไม่ต้องการหรือเรียกร้องอะไรจากใครอีก ถ้าเกิดแอนต้องการข้อตกลงข้อที่สามจะไม่บังเกิดขึ้นเลย ว่านับจากวินาทีนี้ไป ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามมาฟ้องร้อง
ขอเป็นบิดา ห้ามมาออกข่าวในแนวที่ว่าต้องการจะเลี้ยงดูเด็กชายฑีฆายุเด็ดขาด นี่คือข้อเสนอของแอน และเค้าก็ตกลงตามนั้น ซึ่งคุณไม่ต้องกลัวเลยแอนตัดคุณออกจากชีวิตไปนานแล้ว''

เมื่อถามว่าทไมไม่พิสูจน์โดยการตรวจดีเอ็นเอให้รู้กันไปเลยว่าใครเป็นพ่อเด็กที่เกิดขึ้น เรื่องจะได้จบ แอนเผยว่า เรื่องการพิสูจน์ตนดำเนินการไปไม่ถึงเพราะขาดตัวช่วยในหลายๆ อย่าง และได้แลกคดียอมความกันไปแล้ว จึงทำให้การ
ดำเนินการพิสูจน์ต้องยุติลงไปด้วย 

''เรื่องนี้อย่างที่แอนบอกว่ามันยังไปไม่ถึงไหน เพราะว่าให้มันจบลงตรงนี้เถิด อย่างที่เราคุยกัน จริงๆ คดีนี้เป็นคดีอาญา ที่แอนนี่ไปฟ้อง เฮียฮ้อ ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และต่อมาฟิล์มก็ไปฟ้องแอนนี่ใน
ข้อหาหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันจะไม่เข้าไปสู่การพิสูจน์ใดๆ ทั้งสิ้น การตกลงมันก็เกิดขึ้นจึงต้องแลกคดีกัน ถอนฟ้องซึ่งกันและกันมันเลยไม่เกิดขบวนการพิสูจน์อะไรตามมา ณ วันนี้ศักดิ์ศรีกับความถูกต้องมันไปด้วยกัน
ไม่ได้ เพราะกระบวนการต่างๆ แอนไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ว่าแอนเจออะไรมาบ้างด้วยกำลังแรง กำลังทรัพย์ และคนสนับสนุนแอนไม่มี แต่สุดท้ายแอนก็ต้องอยู่กับลูกสองคนอยู่ดี การตรวจมันเลยจุดนั้นมานานแล้ว'' แอนนี่
กล่าว

สองรัก