"แอนนี่"อ้างอยู่ต่างประเทศเหตุผิดนัด"ฟิล์ม"ถอดชื่อพ่อของลูก
| 19 มิถุนายน 2555 1:44 น. |
View : 10,925 Post : 22
|
''แอนนี่ บรู๊ค'' ออกทีวี 3 ยิงสดโต้ ''ฟิล์ม'' รัฐภูมิ โตคงทรัพย์
เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อนว่าจะไม่พูดถึงกันอีก ย้ำคดีต่างๆ
จบตั้งแต่การตกลงกันในการไกล่เกลี่ยแล้ว ไม่ใช่ศาลตัดสิน
เผยตอนนี้ไม่ได้อยากให้ฟิล์มรับเป็นพ่อเด็กชายฑี ฆายุอยู่แล้ว
แต่ที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องถอนจากความเป็นพ่อนั้นเพราะตอนที่ได้รับการติดต่อตนอยู่ต่างประเทศ
และในข้อตกลงไม่ได้ระบุว่าต้องทำให้เสร็จก่อนวันไหน
ส่วนการตรวจดีเอ็นเอนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ไปไม่ถึง และมันเลยจุดนั้นมา
แล้ว..!
ผ่านมากว่า 2 ปีสำหรับคดีระหว่าง นางสาวณชชญา ธนัตถ์ฐิตาภา หรือ ฐิฏิพร
เสฏฐภูมิ หรือ แอนนี่ บรู๊ค ดารานักแสดงกับนักร้องหนุ่ม ''ฟิล์ม'' รัฐภูมิ
โตคงทรัพย์ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องพิพาทกันไม่จบว่า ด.ช.ฑีฆายุ
ลูกที่เกิดมาของแอนนี่นั้น
พ่อของเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ และที่ผ่านมานักร้องหนุ่มก็ได้ทวงถามว่าทำไมแอนนี่
จึงไม่ยอมไปถอนชื่อฟิล์มออกจากความเป็นบิดาของฑีฆายุเสียทีทั้งๆ
ที่ตกลงกันไว้แล้ว
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น . วันที่ 18 มิ.ย.55 แอนนี่ บรู๊ค พร้อมด้วย
นายสฤษดิ์ เจียมกมล ประธานสภาทนายความจังหวัดธัญบุรี ได้เดินทางมาออกรายการ
''เจาะข่าวเด็น'' ออกอากาศสดทางช่อง 3 โดยมี สรยุทธ สุทัศนะจินดา
รับหน้าที่พิธีกรคอยซักถาม
โดยแอนนี่เป็นฝ่ายขอชี้แจงก่อนว่าที่มาออกรายการในครั้งนี้เพราะยังมีบางเรื่องที่คนเข้าใจตนผิด
จึงต้องออกมาชี้แจง และคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดศาลยังไม่ได้ตัดสิน
เป็นเพียงข้อตกลงในชั้นไกล่เกลี่ยกันเท่านั้น ไม่ใช่
คำสั่งศาล และฝ่ายฟิล์มเป็นฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงก่อน
''อยากจะบอกว่าครั้งนี้มีเหตุผลที่มาชี้แจงในวันนี้ น้อยครั้งมากที่จะออกรายการ
แต่วันนี้มีเหตุผลของความไม่เข้าใจ
และข้อมูลไม่ตรงกันวันนี้จำเป็นที่จะต้องชี้แจงจริงๆ
เรื่องข้อตกลงได้ถูกละเมิดมานานแล้ว แต่ไม่ใช่โดยแอนนี่ เพราะเรา
ได้ไปไกล่เกลี่ยยอมความ ไม่ใช่ศาลสั่ง หรือศาลตัดสิน
คดีนี้ยังไม่ได้เข้าสู่ชั้นตัดสินของศาล
เป็นเพียงแค่การตกของสองฝ่ายที่เห็นดีเห็นพร้อม
ว่ามีเรื่องใดบ้างที่พร้อมจะตกลงคุยกันบ้าง
แอนนี้จะบอกว่านะวันแรกที่เกิดการไกล่เกลี่ย และมีข้อ
ตกลงกันเกิดขึ้น มีข้อนึงที่ระบุว่าเราจะไม่พูดถึงกันและกันอีก
แม้แต่เป็นอักษรย่อก็ห้าม ซึ่งแอนเคารพข้อตกลงข้อนี้ แต่เพียงไม่ถึงข้ามวันด้วยซ้ำ
คือตกลงกันตอนเช้า ตกเย็นก็ให้ข่าวเลย เหมือนพังลงอีกเพราะมีการออกมาให้ข่าว
และเอ่ยถึง
เราทั้งๆ ที่ตกลงกันแล้ว พูดในทำนองที่ทำให้คนเคลือบแคลง ระแวง สงสัย
ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชั้นศาล ซึ่งศาลไม่ได้ตัดสินอะไรทั้งนั้นว่ามันใช่หรือไม่ใช่
เป็นเพียงข้อตกลงกันเท่านั้น
ล่าสุดแอนไปออกรายการตีสิบก็พูดแต่เรื่องพัฒนาการของ
น้องเท่านั้น ตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญาเลยด้วยซ้ำไป''
แอนนี่ชี้แจงต่ออีกว่าในข้อที่ว่าทำไมตนไม่ไปถอนชื่อฟิล์มออกจากการเป็นบิดาของลูกที่เกิดขึ้นมานั้น
ตนได้รับการติดต่อมาจริงแต่แค่ครั้งเดียว
ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ต่างประเทศไม่สามารถเดินทางไปถอนชื่อได้
และในข้อตกลงระบุว่าให้ดำเนิน
การในทางลับไม่ใช่ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน และไม่ได้กำหนดว่าต้องเสร็จก่อนวันไหน
''หลังจากนั้นคนก็มองว่าทำไมเราไม่ไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ที่ตกลงกัน จริงๆ
เราไม่ได้รับการติดต่อหลายครั้งขนาดนั้น และไม่ได้บ่ายเบี่ยง
การถอนชื่อเค้าออกจากความเป็นพ่อมีในข้อตกลงจริงๆ และไม่ได้เป็นคำสั่งศาลด้วย
เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นความต้องของทั้งสองฝ่าย
เพราะมีความยากลำบากในการทำเอกสาร อีกไม่นานน้องก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว
และก็มีแผนที่จะไปเมืองนอก เพราะฉะนั้นมันจะยุ่งยากมาก
ทางเค้าก็ต้องการเหมือนกันเพราะเค้าก็ไม่อยากที่จะ
เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราอยู่แล้ว อันนี้เราเห็นพ้องต้องกัน
เป็นการเสนอทั้งสองฝ่าย โดยให้ดำเนินการในทางลับ
ไม่ใช่นำออกมาเผยแพร่แบบที่ผ่านมาได้รับการติดต่อมาเพียงครั้งเดียว
แต่แอนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
ว่างตรงกันเราค่อยไปทำ ซึ่งข้อตกลงไม่มีกำหนดว่าต้องทำก่อนวันไหน''
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถามว่าเหมือนฟิล์มต้องการความชัดเจนว่าเค้าไม่ใช่พ่อ
แอนนี่เผยว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้ว และฝ่ายตนก็ไม่ต้องการฝ่ายชายมายอมรับอยู่แล้ว
จึงเกิดข้อตกลงอีกข้อที่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามมาฟ้องร้องขอเป็น
บิดา หรือขอเลี้ยงดูเด็กชายฑีฆายุเด็ดขาด
''ก็ได้ แอนบอกได้ว่า ณ จุดนี้ มันเลยจุดนั้นมานานแล้ว
เพราะแอนไม่ต้องการหรือเรียกร้องอะไรจากใครอีก
ถ้าเกิดแอนต้องการข้อตกลงข้อที่สามจะไม่บังเกิดขึ้นเลย ว่านับจากวินาทีนี้ไป
ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามมาฟ้องร้อง
ขอเป็นบิดา ห้ามมาออกข่าวในแนวที่ว่าต้องการจะเลี้ยงดูเด็กชายฑีฆายุเด็ดขาด
นี่คือข้อเสนอของแอน และเค้าก็ตกลงตามนั้น
ซึ่งคุณไม่ต้องกลัวเลยแอนตัดคุณออกจากชีวิตไปนานแล้ว''
เมื่อถามว่าทไมไม่พิสูจน์โดยการตรวจดีเอ็นเอให้รู้กันไปเลยว่าใครเป็นพ่อเด็กที่เกิดขึ้น
เรื่องจะได้จบ แอนเผยว่า
เรื่องการพิสูจน์ตนดำเนินการไปไม่ถึงเพราะขาดตัวช่วยในหลายๆ อย่าง
และได้แลกคดียอมความกันไปแล้ว จึงทำให้การ
ดำเนินการพิสูจน์ต้องยุติลงไปด้วย
''เรื่องนี้อย่างที่แอนบอกว่ามันยังไปไม่ถึงไหน เพราะว่าให้มันจบลงตรงนี้เถิด
อย่างที่เราคุยกัน จริงๆ คดีนี้เป็นคดีอาญา ที่แอนนี่ไปฟ้อง เฮียฮ้อ
ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และต่อมาฟิล์มก็ไปฟ้องแอนนี่ใน
ข้อหาหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน จริงๆ
แล้วเรื่องนี้มันจะไม่เข้าไปสู่การพิสูจน์ใดๆ ทั้งสิ้น
การตกลงมันก็เกิดขึ้นจึงต้องแลกคดีกัน
ถอนฟ้องซึ่งกันและกันมันเลยไม่เกิดขบวนการพิสูจน์อะไรตามมา ณ
วันนี้ศักดิ์ศรีกับความถูกต้องมันไปด้วยกัน
ไม่ได้ เพราะกระบวนการต่างๆ แอนไปไม่ถึงจุดนั้น
เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ว่าแอนเจออะไรมาบ้างด้วยกำลังแรง กำลังทรัพย์
และคนสนับสนุนแอนไม่มี แต่สุดท้ายแอนก็ต้องอยู่กับลูกสองคนอยู่ดี
การตรวจมันเลยจุดนั้นมานานแล้ว'' แอนนี่
กล่าว |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น